จริงไม่จริง?? 10 ประเด็นที่ทำให้ผัว-เมีย ทะเลาะ บ้านแตกกันมากที่สุด!!

หลังชีวิตแต่งงาน ที่คู่แต่งงานหลายๆคู่มักมีเรื่องทะเลาะกันอยู่เสมอไม่ว่าจะเรื่องเล็กน้อยปานใดก็ทำให้เกิดปัญหาตามมา เพราะการที่คนสองคนที่มาจากต่างครอบครัวกัน ต่างการเลี้ยงดูกัน ต่างความคิดกัน แต่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ซึ่งเรื่องที่ทำให้คู่แต่งงานมักมีปัญหาต้องทะเลาะกันส่วนใหญ่ มีอยู่ด้วยกันไม่กี่ข้อมาดูกันสิว่า 10 ข้อนี้ตรงใจคุณผู้อ่านบ้างหรือไม่



1.เรื่องของเวลา



เป็นสาเหตุต้น ๆ ของการทะเลาะกันของคู่แต่งงานเลยทีเดียวโดยเฉพาะคู่แต่งงานใหม่ๆ ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องการให้ผู้ชายใช้เวลาอยู่ด้วยมาก ๆ ในขณะที่ผู้ชายมีโลกส่วนตัวสูงกว่าผู้หญิงและมักนึกถึงสิ่งแวดล้อมอื่น ดังนั้น ทั้งคู่ต้องปรับตัวเข้าหากัน พยายามแบ่งเวลาให้ลงตัวคือมีเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันสองคนและมีเวลาที่เป็นส่วนตัวของแต่ละคน เช่นบางครั้งผู้หญิงควรจะปล่อยให้ผู้ชายออกไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ หรือผู้ชายอาจจะปล่อยให้ผู้หญิงออกไปชอปปิ้งบ้าง ก็จะทำให้เรารู้สึกสบายใจและมีความสุขในชีวิตแต่งงานมากขึ้น

2.เรื่องเงิน

เรื่องการเงินก็เป็นประเด็นสำคัญอีกอย่าง ที่ว่าใครใช้เงินมากกว่ากัน หรือการจัดสรรการใช้จ่ายที่ไม่ลงตัว หรือการรู้สึกว่าอีกฝ่ายเอาเปรียบไม่ยอมหาเงินมีแต่คอยจ้องจะใช้เงิน รวมถึงปัญหาหนี้สิน น่าเสียดายที่มีคู่แต่งงานหลายคู่ทะเลาะและต้องเลิกกันเพราะเรื่องการเงิน ดังนั้น ทั้งคู่ต้องตกลงก่อนใช้ชีวิตร่วมกันว่าจะจัดการเกี่ยวกับการเงินอย่างไร เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันและไม่เป็นปัญหาต่อไปในอนาคต

3.เรื่องเพศ

เรื่องเพศเป็นเรื่องที่สวยงามระหว่างคนสองคน แต่เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องใหญ่ที่บางคู่ทะเลาะกันเรื่องความต้องการที่แตกต่างกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการยอมรับความจริงของซึ่งกันและกัน ความชอบไม่ชอบ ความต้องการไม่ต้องการ และการแสดงความรู้สึกที่แสดงถึงความรักที่มีให้แก่กันผ่านทางคำพูด สายตา ความห่วงใย การดูแล จะช่วยทำให้ปัญหาเรื่องความต้องการทางเพศหมดไปได้

4.ความหึงหวง

ความสัมพันธ์แบบนี้ทำให้หลายคู่จบชีวิตการแต่งงานลง ความหึงหวงเกิดจากความรู้สึกไม่มั่นคง เลยทำให้ต้องการควบคุมอีกฝ่ายหนึ่งไว้เพื่อให้รู้สึกอุ่นใจ ดังนั้น คู่สามีและภรรยาควรมีความไว้วางใจและให้เกียรติซึ่งกันและกันเพื่อให้ชีวิตคู่ดำเนินไปด้วยความสุข

5.เรื่องลูก

คู่แต่งงานอาจมีความคิดเรื่องการเลี้ยงลูกที่แตกต่างกัน เพราะเรามาจากครอบครัวที่ได้รับการเลี้ยงดูที่ไม่เหมือนกัน การยอมรับและปรึกษาหารือกันจะช่วยได้ ไม่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และนึกถึงความสุขของความเป็นพ่อ แม่ ลูกเข้าไว้ ครอบครัวก็จะอยู่อย่างราบรื่น

6.ความเครียด

คนเราทุกวันนี้ต้องต่อสู้ดิ้นรนในเรื่องอาชีพการงาน ความรับผิดชอบต่างๆ ปัญหาการเงิน รถติดฯลฯ สารพันปัญหาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดความเครียดได้ทั้งสิ้น และคู่แต่งงานบางคู่มักเอาความเครียดเหล่านี้มาใส่ลงให้กันจนทะเลาะกันมาก ความเครียดเกิดขึ้นได้กับทุกคน ดังนั้น เราต้องรู้จักควบคุมและทำความรู้จักกับปัญหาที่ทำให้เกิดความเครียดก่อนแล้วพยายามหาทางกำจัดปัญหานั้น โดยหากเราเริ่มเครียดก็ควรหาเวลาส่วนตัวสงบก่อน อย่าไปลงกับคนรอบข้างที่เรารักไม่ว่าจะเป็นลูก ภรรยาหรือสามี หากรู้สึกว่ารับคนเดียวไม่ไหว ลองพูดคุยกันดีๆกับคู่ของเรา อย่าใช้อารมณ์นำหน้าแล้วจะพบว่าปัญหาอาจแก้ได้หรือผ่อนเบาด้วยกำลังใจและความเข้าใจที่ได้จากคู่ของเรา

7.งานบ้าน

การทำงานบ้านมักเข้าใจกันว่าเป็นหน้าที่ของผู้หญิง แต่หากผู้ชายยกหน้าที่นี้ให้ผู้หญิงโดยไม่สนใจที่จะช่วยทำเลยก็อาจทำให้ผู้หญิงรู้สึกเหนื่อยหน่ายและหงุดหงิดจนพาลมีปากเสียงกันได้ ดังนั้นเราต้องไม่ผลักภาระให้อีกฝ่ายแต่ต้องช่วยกันรับผิดชอบ เช่น งานทิ้งขยะอาจเป็นงานที่ผู้ชายรู้สึกว่าทำได้ก็เป็นคนทำเอง ส่วนผู้หญิงซักผ้าหรือผู้หญิงอาจชอบงานทิ้งขยะมากกว่าการซักผ้าก็อาจช่วยกันซักก็ได้ ดังนั้นก็ตกลงกันว่าใครจะรับผิดชอบอะไร และอะไรควรช่วยกันทำ ก็จะทำให้ปัญหานี้หมดไป

8.เรื่องศาสนา

ก่อนที่จะแต่งงานกันควรศึกษาเรื่องความเชื่อของกันและกันให้ดีก่อน ความแตกต่างเรื่องความเชื่อและการนับถือศาสนาของแต่ละคนอาจก่อให้เกิดชนวน การทะเลาะกันจนถึงการหย่าร้างได้

9.เรื่องการเมือง

ความชอบของคนเราย่อมเหมือนหรือต่างกัน คุณอาจจะชื่นชอบพรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่งและคู่ของคุณชอบอีกพรรคการเมืองหนึ่งและความชอบต่างกันก็ทำให้ครอบครัวทะเลาะกัน ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการพูดคุยที่ทำให้ต่างฝ่ายไม่พอใจ และเปิดใจยอมรับความคิดเห็นของกันเคารพสิทธิของซึ่งกันและกัน ไม่บังคับหรือเข้าไปก้าวก่ายในสิทธิของคนอื่น การให้เกียรติคนอื่นถือเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกๆด้วย

10.ครอบครัวของอีกฝ่ายหนึ่ง

ข้อสุดท้ายที่หลายๆครอบครัวต้องแยกทางกันเพราะมีปัญหากับพ่อ แม่ ญาติพี่น้องของอีกฝ่ายหนึ่ง อาจเข้ากันไม่ได้หรือครอบครัวอีกฝ่ายหนึ่งมาก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของครอบครัวมากเกินไป อยากให้คิดว่าเมื่อคนสองคนตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกันแล้วนั่นคือเพราะเกิดจากความรัก เมื่อเรารักเขา เราก็ควรรักครอบครัวของเขาด้วย แม้อาจจะไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้กับครอบครัวของอีกฝ่ายแต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องไม่ชอบหรือเกลียดครอบครัวของเขาหรือร้ายกับเขา แค่ทำหน้าที่ในส่วนของเราให้ดีที่สุดก็พอแล้ว

เมื่อคนสองคนได้ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว เราต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้ต่อกัน ใช้ความเข้าใจ ความเสียสละ การให้เกียรติ การให้อภัย การปรับตัวเข้าหากัน จะช่วยให้ครอบครัวมีความสุขได้โดยเฉพาะให้ความรักนำทางผูกพันทุกสิ่งเข้าด้วยกัน



error: Content is protected !!